วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ข่าว Facebook  

ข่าว Facebook ล่าสุด

เฟซบุ๊กเผยโฉมหน้า News Feed แบบใหม่ ดีไซน์สวยกว่าเดิม




       เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก (Facebook) ได้จัดงานอีเว้นท์พร้อมกับเชิญสื่อต่าง ๆ มาร่วมงาน โดยไฮไลท์สำคัญของงานนี้ก็คือการเปิดตัวหน้า News Feed (รวมข่าว) ที่มาพร้อมดีไซน์แบบใหม่ เน้นอวดรูปภาพและแสดงเนื้อหาที่โดดเด่นมากกว่าเดิม ซึ่งรูปแบบหน้า News Feed แบบใหม่จะสอดคล้องกับหน้าเว็บในเวอร์ชั่นมือถือมากขึ้น


      สำหรับงานครั้งนี้นำทีมโดย Mark Zuckerberg ได้เปิดเผยว่ารูปแบบหน้า News Feed แบบใหม่จะทำให้ผู้ใช้จะสามารถเลือกดู Feeds ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยประสบการณ์การใช้งานจะใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นแพลตฟอร์มมือถือมากยิ่งขึ้น ซึ่งหน้า News Feed แบบใหม่จะทำให้ผู้ใช้เลือกอ่านสิ่งที่ตัวเองสนใจ สามารถเลือกดูทุกอย่างรวมกันตามลำดับเวลา เช่น การเลือกดูเฉพาะกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยจุดเด่นของ News Feed แบบใหม่ มีดังนี้

     คอนเทนต์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนหน้า News Feed แบบใหม่จะดูมีมิติและรู้สึกน่าสนใจมากขึ้น เช่น การแชร์รูปภาพ, ลิงก์, อัลบั้ม และแผนที่ ทุกอย่างจะดูชัดเจนและน่าสนใจมากขึ้น




     เลือกประเภทของฟีดที่เราต้องการให้แสดงได้ เช่น ฟีดจากเพื่อนทั้งหมด (Feed from All Friends), ฟีดเฉพาะที่เป็นรูปภาพ, ฟีดเฉพาะเพลง ซึ่งอารมณ์จะคล้าย ๆ กับเรากำลังอ่านหนังสือพิมพ์และเลือกอ่านคอลัมน์ที่เราสนใจ

    หน้าเว็บ News Feed แบบใหม่กับหน้าเว็บเวอร์ชั่นมือถือจะมีรูปแบบเหมือนกันมากขึ้น โดยจะมีแถบสถานะด้านซ้าย เพื่อเลือกดูเมนูต่าง ๆ เช่น ฟีด, ข้อความ, แฟนเพจ, แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เป็นต้น (คนที่ใช้เฟซบุ๊กเวอร์ชั่นมือถือน่าจะชินกับส่วนนี้) นอกจากนี้ยังมีการบอก New Stories เพื่อมีการอัพเดทเนื้อหาใหม่ ๆ บนหน้า News Feed ซึ่งเหมือนกับเวอร์ชั่นบนมือถือนั่นเอง

    ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก จะเริ่มทยอยปรับหน้า News Feed แบบใหม่ให้กับผู้ใช้บางส่วนก่อน แต่สำหรับใครที่อดใจรอไม่ไหวอยากจะลองหน้า News Feed แบบใหม่ก่อนใคร สามารถไปแจ้งความต้องการได้ที่ facebook.com/about/newsfeed จากนั้นเลือกลงมาด้านล่างสุดและคลิกปุ่ม Join Waiting List และรอให้ทางเฟซบุ๊กอัพเดทหน้า News Feed แบบใหม่ให้กับบัญชีของเรา


 


  เฟซบุ๊ก (Facebook) เปิดตัวระบบ Hashtag แล้ว สามารถระบุและค้นหาโพสต์เรื่องที่เกี่ยวข้องได้สะดวกง่ายดาย








Facebook เฟซบุ๊ก อาจอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะวัยรุ่นยุคใหม่เริ่มเบื่อแล้ว

Facebook  อาจอยู่ได้อีเฟซบุ๊ก (Facebook) อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เพราะวัยรุ่นสมัยใหม่เริ่มเบื่อเฟสบุ๊ก 

     

       เนื่องจากมีแต่การแชร์ชีวิตประจำวันโอ้อวดคนอื่นมากเกินไป และขาดความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน
          เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา แหล่งข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า นาย Blake Ross หัวหน้าฝ่ายสินค้าของเฟซบุ๊กได้ตัดสินใจลาออกจากบริษัท หลังจากที่ได้ทราบรายงานของ Forbes ว่าเด็กยุคใหม่ในหลาย ๆ ประเทศ เริ่มไม่สนใจเฟซบุ๊กกันแล้ว และเฟซบุ๊กก็อาจจะอยู่ได้อีกไม่นานด้วยกไม่นาน เพราะวัยรุ่นยุคใหม่เริ่มเบื่อแล้ว





       สำหรับเหตุผลที่วัยรุ่นสมัยใหม่เริ่มไม่สนใจเฟซบุ๊กแล้ว เป็นเพราะพวกเขาคิดว่าการแชร์กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของตัวเอง ตื่นนอนก็แชร์ กินข้าวก็แชร์ ทำงานก็แชร์ ไปเที่ยวก็แชร์ ดูหนังก็แชร์ จะนอนก็แชร์ หรือแม้กระทั่งการถ่ายรูปหน้าตาของตัวเองด้วยกล้องมือถือแล้วแชร์ให้คนอื่นดูเป็นประจำ ซึ่งเคยเป็นเรื่องที่น่าสนุก แต่ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่เริ่มแชร์ชีวิตส่วนตัวมากเกินไป จนดูเหมือนกลายเป็นการโอ้อวด ซึ่งดูไร้สาระและน่าเบื่อ ที่จะต้องคอยแชร์เรื่องส่วนตัวให้คนอื่นได้รับรู้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งเฟซบุ๊กยังเต็มไปด้วยบุคคลคนไม่ใช่เพื่อน มีทั้งพ่อแม่, ญาติผู้ใหญ่, ครูอาจารย์ และบุคคลอื่น ๆ ที่พวกเขาต้องคอยกังวลอยู่ตลอดเมื่อจะโพสต์หรือแชร์อะไรสักอย่าง ว่าจะมีผลกระทบต่อชีวิตจริงของพวกเขาไหม หากบุคคลเหล่ามาเห็นเข้า เพราะไม่ว่าจะกระทำการใด ๆ บนเฟซบุ๊ก ทุกคนก็มีโอกาสเห็นได้เสมอ ถึงแม้ว่าจะพยายามกำหนดค่าความเป็นส่วนตัวแล้วก็ตาม ทำให้ขาดความเป็นตัวของตัวเองไป เนื่องจากต้องคอยสร้างภาพ เพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริง



        ส่วนโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น ๆ ที่วัยรุ่นเริ่มนิยมหันไปใช้กันแทนเฟซบุ๊กก็คือ Tumblr ที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าเฟซบุ๊ก โดยสามารถสร้างตัวตนได้มากกว่า 1 ตัวตน ซึ่งต่างจากเฟซบุ๊ก ทำให้สามารถระบายความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใหญ่มาเห็น อีกทั้งยังสามารถค้นหาเพื่อนที่มีความชอบและความสนใจเหมือนกันได้ง่าย ทำให้ไม่รู้สึกเหงา และนอกจาก Tumblr แล้ว บริการแชทอย่าง Snapchat ก็มีวัยรุ่นนิยมใช้เช่นกัน เนื่องเป็นบริการที่มีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะทุกข้อความที่ส่งถึงกันจะถูกลบทันทีเมื่ออีกฝ่ายเปิดอ่าน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเห็นข้อความที่พวกเขาคุยกับเพื่อน ๆ ต่างกับเฟสบุ๊กที่มีการเก็บบันทึกข้อความที่คุยเอาไว้ทั้งหมด

      ทั้งนี้ วัยรุ่นสมัยใหม่เริ่มนิยมใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กในการแชร์ความคิดและความรู้สึกต่าง ๆ มากกว่าที่จะเป็นการแชร์กิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวันแบบสมัยก่อน ซึ่งหากเฟซบุ๊กยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปก็อาจถึงเวลาจุดจบเข้าสักวัน เพราะฉะนั้นหากเฟซบุ๊กต้องการจะมีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป ก็คงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบบริการให้เข้ากับความนิยมใหม่ ๆ บ้างแล้วล่ะ

          อย่างไรก็ตาม ความนิยมดังกล่าวอาจไม่เหมือนกันในทุกประเทศ ยกตัวอย่างเช่นในประเทศไทย ที่ยังคงมีผู้ใช้เฟซบุ๊กนิยมแชร์กิจกรรมในชีวิตประจำวันกันเป็นปกติอยู่นั่นเอง

ขั้นตอนการสมัครใช้งาน facebook

ขั้นตอนการสมัครใช้งาน facebook

  1.  กรอกรายละเอียด ได้แก่ ชื่อและนามสกุลที่ท่านต้องการใช้ ใส่อีเมล์ ตั้งรหัสผ่าน ใส่วัน เดือน ปี เกิด และกด “ลงทะเบียน”  






    2. กรอกข้อความให้ตรงกับภาพที่ปรากฎ และกด “ลงทะเบียน”





    3. หลังจากนั้น ระบบจะให้เราทำการยืนยันอีเมล์ว่าถูกต้องจริงหรือไม่

    4. เมื่อเข้าไปสู่เมล์ของเรา ให้เข้าไปที่ “กล่องขาเข้า” แล้วเปิดเมล์ที่ Facebook ส่งมาให้ เพื่อยืนยันการสมัคร

    5. วิธีการค้นหาเพื่อนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ (Address Book) ของเราทำได้โดยคลิ๊กคำว่า "ค้นหาเพื่อน"





      6. ทำการใส่ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ  เมื่อเรากรอกข้อมูลส่วนตัวเช่นสถาบันการศึกษา หรือบริษัทที่เราทางานอยู่ ให้กด “บันทึก”

     เนื่องจากเราใส่ชื่อมหาวิทยาลัย ระบบจึงทาการค้นหาคนที่ได้ใส่ข้อมูลมหาลัย เราสามารถขอ “เพิ่มเป็นเพื่อน” โดยการกดที่รูปที่เราต้องการ จะมีเครื่องหมายขึ้นมาดังภาพ หลังจากนั้นให้เรากด “เพิ่มเป็นเพื่อน”

     ถ้าเรายังไม่มีรายชื่อเพื่อนในเครือข่าย เราสามารถทาการค้นหาคนที่เรารู้จัก หรือเราสามารถชวนเพื่อนของเราที่ยังไม่เคยใช้งาน facebook เข้ามาเป็นเครือข่ายของเราได้





    บน Facebook นั้น เราสามารถที่จะทำการอัพเดทสถานะของตัวเราเองได้ด้วยว่า ในตอนนี้เรากำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ก็ได้ ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ที่ดีอีกข้อนึงเลยทีเดียว สำหรับเว็บเครือข่ายสังคม Facebook

      7. อัพโหลดรูปถ่ายของท่านลงในหน้า facebook ของท่านได้โดยเลือก อัพโหลดรูปภาพ






       8. เมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวข้างต้น ก็สามารถเริ่มต้นการใช้งานได้เลย






      9. วิธีโพสต์สถานะทำได้โดยการใส่คำลงในช่องว่างแล้วกด "แบ่งปัน" ข้อความที่เราใส่ก็จะไปสู่หน้า facebook ของเพื่อนเรา





      10. วิธีการลบโพสต์ที่เราไม่ต้องการให้ขึ้นในหน้าของเรา ด้วยเหตุผลต่างๆ สามารถทำได้โดยการคลิ๊กเครื่องหมาย x ที่มุมของโพสต์นั้นๆ ข้อความนั้นก็จะหายไปจาก facebook ทันที





      11. วิธีการโพสต์รูปขึ้นใน facebook ทำได้โดยการเลือก "อัพโหลดรูปภาพ" จากนั้นก็ตั้งชื่ออัลบั้ม สถานที่ แล้วเลือก "สร้างอัลบั้ม" จากนั้นจึงเลือกภาพต่างๆ ที่ต้องการ ดังภาพด้านล่างนี้








ประวัติของเฟสบุ้ค

Facebook

        Facebook คืออะไร ประวัติของ Facebook และวิธีการสมัคร Facebook


                        

        Facebook คืออะไร

      Facebook คือ บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการหนึ่ง ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมใดกิจกรรม หนึ่งหรือหลายๆ กิจกรรมกับผู้ใช้ Facebook คนอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งประเด็นถามตอบในเรื่องที่สนใจ  โพสต์รูปภาพ  โพสต์คลิปวิดีโอ  เขียนบทความหรือบล็อก แชทคุยกันแบบสดๆ  เล่นเกมส์แบบเป็นกลุ่ม (เป็นที่นิยมกันอย่างมาก) และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ผ่านแอพลิเคชั่นเสริม (Applications) ที่มีอยู่อย่างมากมาย ซึ่งแอพลิเคชั่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาเข้ามาเพิ่ม เติมอยู่เรื่อยๆ
     Facebook เป็น social network ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งถ้าในต่างประเทศ ความยิ่งใหญ่ของ facebook มีมากกว่า Hi5 เสียอีก แต่ในประเทศไทยของเรา Hi5 ยังครองความเป็นเจ้าในด้าน social network ในหมู่คนไทย

         ประวัติของfacebook




        เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปี พุทธศักราช 2548 Mark Zuckerburg ได้เปิดตัวเว็บไซต์ facebook ซึ่งเป็นเว็บประเภท social network ซึ่งตอนนั้น เปิดให้เข้าใช้เฉพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดเท่านั้น และเว็บนี้ก็ดังขึ้นมาในชั่วพริบตา เพียงเปิดตัวได้สองสัปดาห์ ครึ่งหนึ่งของนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ก็สมัครเป็นสมาชิก facebook เพื่อเข้าใช้งานกันอย่างล้นหลาม และเมื่อทราบข่าวนี้ มหาวิทยาลัยอื่นๆ ในเขตบอสตั้นก็เริ่มมีความต้องการ และอยากขอเข้าใช้งาน facebook บ้างเหมือนกัน มาร์คจึงได้ชักชวนเพื่อของเค้าที่ชื่อ Dustin Moskowitz และ Christ Hughes เพื่อช่วยกันสร้าง facebook และเพียงระยะเวลา 4 เดือนหลังจากนั้น facebook จึงได้เพิ่มรายชื่อและสมาชิกของมหาวิทยาลัยอีก 30 กว่าแห่ง

           Facebook คืออะไร  ประวัติ Facebook


     ไอเดีย เริ่มแรกในการตั้งชื่อ facebook นั้นมาจากโรงเรียนเก่าในระดับมัธยมปลายของมาร์ค ที่ชื่อฟิลิปส์ เอ็กเซเตอร์ อะคาเดมี่ โดยที่โรงเรียนนี้ จะมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่มที่ชื่อว่า The Exeter Face Book ซึ่งจะส่งต่อ ๆ กันไปให้นักเรียนคนอื่น ๆ ได้รู้จักเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน ซึ่ง face book นี้จริงๆ แล้วก็เป็นหนังสือเล่มหนึ่งเท่านั้น จนเมื่อวันหนึ่ง มาร์คได้เปลี่ยนแปลงและนำมันเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ต






      เมื่อประสบความสำเร็จขนาดนี้ ทั้งมาร์ค ดัสติน และ ฮิวจ์ ได้ย้ายออกไปที่ Palo Alto ในช่วงฤดูร้อนและไปขอแบ่งเช่า อพาร์ทเมนท์ แห่งหนึ่ง หลังจากนั้นสองสัปดาห์ มาร์คได้เข้าไปคุยกับ ชอน ปาร์คเกอร์ (Sean Parker) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Napster จากนั้นไม่นาน ปาร์คเกอร์ก็ย้ายเข้ามาร่วมทำงานกับมาร์คในอพาร์ตเมนท์ โดยปาร์คเกอร์ได้ช่วยแนะนำให้รู้จักกับนักลงทุนรายแรก ซึ่งก็คือ ปีเตอร์ ธีล (Peter Thiel) หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Paypal และผู้บริหารของ The Founders Fund โดยปีเตอร์ได้ลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐฯ

     ด้วยจำนวนสมาชิกหลายล้านคน ทำให้บริษัทหลายแห่งสนใจในตัว facebook โดย friendster พยายามที่จะขอซื้อ facebook เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกลางปีพ.ศ. 2548 แต่ facebook ปฎิเสธข้อเสนอไป และได้รับเงินทุนเพิ่มเติมจาก Accel Partners เป็นจำนวนอีก 12.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในตอนนั้น facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ


โลโก้ social network ต่างๆ




              ถึงแม้ว่าจะมีข้อพิพาท อย่างนี้เกิดขึ้น การเติบโตของ facebook ก็ยังขับเคลื่อนต่อไป ในฤดูใบไม่ร่วงปี 2551 facebook มีสมาชิกที่มาสมัครใหม่มากกว่า 1 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่วันละ 200,000 คน ซึ่งรวมกันแล้วทำให้ facebook มีสมาชิกมากถึง 50 ล้านคน โดย facebook มียอดผู้เข้าชมเฉลี่ยอยู่ที่ 40,000 ล้านเพจวิวต่อเดือน จากวันแรกที่ facebook เป็น social network ของนักศึกษามหาวิทยาลัย จนวันนี้ สมาชิกของ facebook 11% มีอายุมากกว่า 35 ปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปีก็เข้ามาสมัครใช้ facebook กันเยอะมาก นอกเหนือจากนี้ facebook ยังเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดต่างประเทศอีกด้วย โดย 15% ของสมาชิก เป็นคนที่อยู่ในประเทศแคนาดา ซึ่งมีรายงานออกมาด้วยว่า ค่าเฉลี่ยของสมาชิกที่มาใช้งาน facebook นั้นอยู่ที่ 19 นาทีต่อวันต่อคน โดย facebook ถือได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของสหรัฐอเมริกาและเป็นเว็บไซต์ที่มีผู้อัพโหลดรูปภาพสูงที่สุดด้วยจำนวน 4 หมื่นหนึ่งพันล้านรูป

                จากจำนวนสถิติเหล่านี้ ไมโครซอฟต์ได้ร่วมลงทุนใน facebook เป็นจำนวนเงิน 240 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อแลกกับหุ้นจำนวน 1.6 % ในเดือนตุลาคม 2551 ทำให้มูลค่ารวมของ facebook มีมากกว่า 15,000 ล้านบาท และทำให้ facebook เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 5 ในหมู่บริษัทอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่ารายรับต่อปีเพียงแค่ 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หลายฝ่ายได้อธิบายว่า การตัดสินใจของไมโครซอฟต์ในครั้งนี้ทำเพียงเพื่อที่จะเอาชนะ Google ซึ่งเป็นคู่แข่งขันที่จะขอซื้อ facebook ในครั้งเดียวกันนั้น คู่แข่งของ facebook ก็คือ MySpace, Bebo, Friendster, LinkedIn, Tagged, Hi5, Piczo, และ Open Social